หน้าแรก » บทความพัฒนาตนเอง » กำจัดจุดอ่อน จุดเริ่มต้น ของการสร้าง สมองอัจฉริยะ

กำจัดจุดอ่อน จุดเริ่มต้น ของการสร้าง สมองอัจฉริยะ

การสร้าง สมองอัจฉริยะ ต้องเชื่อมั่นศักยภาพสมองของตนเอง

ก่อนที่คุณจะพัฒนาความเก่งหรือความฉลาดไปสู่ความเป็นอัจฉริยะ คุณมีความจำเป็นที่ต้องสร้างความเชื่อว่าคุณเป็นคนเก่ง คนฉลาด หรือเป็นคนอัจฉริยะ การปลูกฝังสมองของคุณให้เชื่อมั่นในศักยภาพของตน จะทำให้คุณเป็นคนมั่นใจในตนเองมากขึ้น เมื่อคุณมีความเชื่อมั่นในตนเองสมองของคุณก็จะได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นคนที่ฉลาดในที่สุด สมองของคนเรามักจะทำตามความเชื่อที่เราปลูกฝังลงไป อย่างที่เขาว่ากันว่า จิตใจนั่นมีอำนาจเหนือกาย ดั้งนั้นการที่คุณฝังความเชื่อลงไปในสมองของคุณ สมองก็จะเริ่มเชื่อตามที่คุณคิด และจะทำตามความเชื่อของคุณเอง ถ้าคุณเชื่อว่าตนเองทำไม่ได้ เชื่อว่าตนเองไม่ฉลาดความเชื่อเหล่านั้นจะถูกฝังลงไปในหัวสมอง คุณก็จะทำอะไรได้ไม่ดี หรือทำไม่ได้เลยตามที่คุณเชื่อในที่สุด แน่นอนว่าคุณไม่มีทางที่จะเป็นคนฉลาดได้ในเมื่อตัวของคุณเองยังไม่เชื่อ แล้วใครจะเชื่อคุณ

การสร้าง สมองอัจฉริยะ

กำจัดจุดอ่อน จุดเริ่มต้น ของการสร้างสมองอัจฉริยะ

มนุษย์เรานั้นมีมันสมองเท่าๆ กัน แต่สิ่งที่ทำให้สมองของแต่ละคนแตกต่างกันคือ ความคิด และประสบการณ์ เมื่อเรามีความต่างกันด้านความคิดและประสบการณ์ จึงทำให้วิธีการคิดและการใช้สมองมีความแตกต่างกันออกไปด้วย บางคนมีความเชื่อว่าตนเองไม่ฉลาด จะฝึกเท่าไรก็ไม่ฉลาด ด้วยความคิดเช่นนี้จึงทำให้คนคนนั้นขาดความมั่นใจ และไม่คิดที่จะขวนขวาย เพราะเชื่อมั่นว่าตนเองเรียนไปก็ไม่เก่ง ดังนั้นก่อนที่จะเรียนรู้วิธีพัฒนาสมองให้มีความฉลลาด เราจึงควรรู้จักวิธีการกำจัดจุดอ่อนที่เป็นอุปสรรคในการสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพสมองของเราเสียก่อน

การสร้างสมองอัจฉริยะ เอาชนะความกลัว

ความกลัวเป็นความรู้สึกนึกคิดที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสนองตอบต่อความรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย และเป็นอารมณ์พื้นฐานของความรู้สึกต่างๆ เช่น ความโกรธ ความเศร้า เสียใจ ความกังวล เป็นต้น ทุกคนล้วนมีความกลัวอยู่ในตนเอง ทำให้เราพยายามหลบเลี่ยงสิ่งที่ก่อให้เกิดความกลัว เพื่อทำให้เกิดความรู้สึกปลอดภัยนั่นเอง

คนเรามีความกลัวที่แตกต่างกัน มากน้อยล้วนขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละคน บางคนกลัวจน กลัวไม่หล่อไม่สวย กลัวตาย กลัวไม่ประสบความสำเร็จ กลัวล้มเหลว กลัวขายหน้า เป็นต้น

ความกลัวเป็นความคิดในแง่ลบ การเอาชนะความกลัวได้ต้องฝึกฝนและเปลี่ยนแนวความคิด พยายามเอาชนะความคิดที่ไม่ดีในหัวให้ลดลง สิ่งแรกที่คุณต้องฝึกคือ การคิดในแง่บวก ถามตัวเองว่าเรากลัวอะไร ทำไมถึงกลัว และผลลัพธ์ที่จะตามมาคืออะไร การลองวิเคราะห์ด้วยเหตุและผลจะทำให้คุณกล้าเผชิญหน้า เริ่มแรกคุณจะรู้สึกตื่นเต้นและประหม่า แต่ถ้าเราฝึกฝนบ่อยๆ ความรู้สึกกลัว ความตื่นเต้นก็จะค่อยๆลดและหายไปเอง ถ้าความกลัวของคุณเข้าขั้นรุนแรงควรปรึกษาจิตแพทย์เพื่อหาวิธีการแก้ไข

การสร้างสมองอัจฉริยะ เลิกดูถูกตัวเอง

คนที่ชอบคิดว่าตัวเองโง่ ไม่เก่งเหมือนคนอื่น หัวไม่ดี มักคิดว่าตนเองต้อยต่ำกว่าคนอื่น และมองเห็นคนอื่นอยู่เหนือกว่าตน

การเปรียบเทียบตนเองกับคนอื่นจะทำให้ศูนย์เสียความมั่นใจเพราะมักจะคิดว่าตนเองไม่ดีพอ ไม่สมควรได้รับสิ่งดีๆ ซึ่งนิสัยนี้เป็นตัวบ่อนทำลายชีวิต ความเจริญก้าวหน้าและความสุขของตนเอง

วิธีการเลิกดูถูกตัวเอลง สิ่งแรกที่ต้องทำให้ดีคือ ต้องยอมรับตนเองเสียก่อน ภูมิใจในสิ่งที่ตนเองเป็น ให้คิดว่าคนเราทุกคนย่อมมีความสามารถที่แตกต่างกัน คนอื่นมีดีในแบบของเขา คุณเองก็มีดีในแบบของคุณ และที่สำคัญ ห้ามนำตนเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น แต่จงทำในสิ่งที่เชื่อ สิ่งที่รัก และเปลี่ยนแปลงความคิดของตนเอง พัฒนาตนเองทุกๆ วัน แล้วคุณจะมองเห็นว่าตนเองนั้นมีคุณค่าไม่ด้อยไปกว่าคนอื่นเลย

การสร้างสมองอัจฉริยะ สร้างแรงบันดาลใจ

แรงบันดารใจเป็นตัวกระตุ้นอย่างหนึ่ง ที่ทำให้คนเราเกิดความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตนเอง ใฝ่หาความรู้ พัฒนาความสามารถเพื่อให้เป็นคนที่มีประสิทธิภาพ

สำหรับคนที่ขาดแรงบันดาลใจ ใช้ชีวิตแบบซ้ำซากจำเจเหมือนใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง ไม่มีพัฒนาในตนเอง คนผู้นั้นมักจะทำอะไรด้วยความหดหู่ เนื่องจากแรงบันดาลใจที่จะทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในการใช้ชีวิตไม่มี

การสร้างแรงบันดาลใจสามารถทำได้ง่ายๆ คือทำในสิ่งที่คุณรักทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน เพื่อกระตุ้นให้ตนเองพบกับสิ่งท้าทายใหม่ๆ แล้วทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ แรงบันดาลใจจากจุดเล็กๆ จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้ เช่น เป็นอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสการลงแรงของคุณเพียงน้อยนิดสามารถช่วยสังคมได้และตัวคุณเองก็เกิดความภูมิใจและมีความสุขที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่น แรงบันดาลใจที่อยากช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส จะทำให้คุณมีแรงต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรค เพราะคุณยังได้เรียนรู้ว่าคนอื่นที่เขาลำบากและด้อยโอกาสกว่าคุณมากแค่ไหน

การสร้างสมองอัจฉริยะ สร้างความมั่นใจ

ความมั่นใจเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิตของมนุษย์เรา เป็นแรงผลักดันที่จะทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนหรือการทำงาน คนที่มีความมั่นใจในตนเองมักจะมองโลกในแง่ดี มีความภูมิใจในตนเอง เชื่อในความสามารถของตน ซึ่งจะช่วยเสริมบุคลิกภาพให้ดูดีตามไปด้วย

การสร้างความมั่นใจจะต้องฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ สิ่งแรกที่ช่วยให้เกิดความมั่นใจคือ การคิดในแง่บวก พยายามปลุกจิตใต้สำนึกให้หันมาคิดในแง่ดีจากนั้นจึงค่อยๆ เริ่มทำในสิ่งที่ท้าทายทีละน้อย เช่น ถ้าคุณเป็นคนขี้อ้าย ไม่กล้าพูดคุยหรือสบตาผู้อื่น ก็ให้พูดกับตนเองต่อหน้ากระจกสักร้อยครั้งว่า  วันนี้คุณจะพูดกับคนแปลกหน้าอย่างน้อยหนึ่งคน ฝึกการยิ้ม และการสนทนา เมื่อปลุกจิตใต้สำนึกแล้ว จากนั้นให้เริ่มปฏิบัติตามที่คุณฝึกกับกระจก แล้วคุณก็จะเห็นว่ามันง่ายเกินกว่าที่คุณคิด และถ้าทำบ่อยๆ ซ้ำๆ ก็จะทำให้คุณเป็นคนที่กล้าและมีความมั่นใจมากขึ้น แต่ถ้าวิธีนี้ใช้ไม่ได้ผล คุณจะลองปรึกษาจิตแพทย์เพื่อขอคำแนะนำในการสร้างความมั่นใจก็ได้

การสร้างสมองอัจฉริยะ คิดอย่างมีเหตุผล

คิดอย่างมีเหตุผล เป็นการคิดในแง่ของความเป็นจริง เป็นการพัฒนาความคิดที่ก่อให้เกิดเหตุและผลมากขึ้น ซึ่งความคิดเช่นนี้ไม่ง่ายนักที่จะปฏิบัติแต่ก็ไม่ยากเกินไป ต้องใช้เวลาฝึกฝน ความคิดอย่างมีเหตุผลนั้นคาบเกี่ยวระหว่างความคิดเข้าข้างตนเองคิดและโทษตนเอง ความคิดแบบมีเหตุผลเป็นความคิดที่ไม่เข้าข้างและไม่โทษตนเอง เมื่อเกิดปัญหาหรือข้อผิดพลาด ให้หาเหตุผลว่าทำไมถึงเกิดข้อผิดพลาดนั้นขึ้น เมื่อหาเหตุผลได้ก็สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด เช่น เมื่อคุณไปเรียนขับรถ แต่คุณขับได้แย่มาก แทนที่จะเอาเวลามานั่งโทษตัวเอง ด่าว่าตัวเองว่าโง่บ้าง ไม่ได้เรื่องบ้าง ที่จริงมันเป็นเพราะคุณไม่มีประสบการณ์ต่างหาก ควรจะเอาเวลาไปฝึกขับรถ และคิดว่าการฝึกแต่ละครั้งจะต้องดีขึ้นเรื่อยๆ อย่างนี้ถึงจะเรียกว่าคิดอย่างมีเหตุผล

การสร้างสมองอัจฉริยะ รู้จักจุดเด่นและจุดด้อยของตน

มนุษย์ทุกคนล้วนมีจุดเด่นและจุดด้อยแตกต่างกันไป การเรียนรู้ตนเองเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะทำให้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง เพื่อที่จะได้พัฒนาความรู้ความสามารถของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพและง่ายขึ้น โดยการดึงจุดเด่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์และปรับปรุงจุดด้อย แต่คนที่ขาดความเข้าใจในตนเอง ไม่รู้ว่าตนเองมีจุดดีหรือจุดด้อยตรงไหน ก็มักกังวลว่าสิ่งที่ตนทำอาจไม่ดี และมัวแต่หาข้อบกพร่องของตนเอง จับผิดจุดด้อย ทำให้ขาดความมั่นใจและขาดความสุข ดังนั้นถ้าอยากพัฒนาตนเองก็ควรที่จะรู้จักตนเองเป็นอันดับแรก ลองหากระดาษแล้วเขียนว่าคุณถนัดอะไรและไม่ถนัดอะไร สิ่งที่คุณถนัดจะสามารถพัฒนาไปทางใดได้บ้าง สิ่งที่คุณไม่ถนัดสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขให้ดีขึ้นได้หรือไม่ การเขียนลงกระดาษจะทำให้คุณได้เห็นภาพตัวตนของคุณชัดขึ้น

การสร้างสมองอัจฉริยะ ตั้งใจและทำให้ดีที่สุด

การทำสิ่งใดด้วยความตั้งใจและทำให้ดีที่สุด ย่อมประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก คนที่ทำงานด้วยความตั้งใจย่อมทำงานได้ดีกว่าคนที่ทำงานขาดความตั้งใจ ผลงานที่ออกมาย่อมแตกต่างกัน สมองของเราเมื่อรับรู้ถึงความตั้งใจ คิดถึงแต่ความสำเร็จ ทำอะไรก็ย่อมสำเร็จตามที่คาดหวังไว้เสมอ

ทุกครั้งที่คุณจะทำอะไรก็ตามให้ใส่ความตั้งใจลงไป และตั้งใจลงมือทำ คิดบวกว่าคุณจะต้องทำให้สำเร็จ ไม่ว่าจะมีอุปสรรคอะไรคุณก็จะข้ามผ่านพ้นมันไปได้ เริ่มต้นตั้งใจทำในสิ่งที่ดี และทำอย่างสุดความสามารถ แล้วสิ่งที่คุณฝันก็จะไม่ไกลเกินเอื้อม

การสร้างสมองอัจฉริยะ ยอมรับสิ่งผิดพลาดรู้จักแก้ไขและปรับปรุง

ใครๆ ในโลกนี้ย่อมเคยทำสิ่งที่ผิดพลาด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนจะมีวิธีรับมือกับมันอย่างไร บางคนปล่อยให้ข้อผิดพลาดและคำติของผู้อื่นมีอิทธิพลต่อความคิดของตน ยิ่งถ้าคนที่ไม่มีความมั่นใจก็จะยิ่งรู้สึกแย่กับคำติมากกว่าคนอื่นๆ ทำให้ไม่กล้าที่จะริเริ่มทำอะไร เพราะกลัวว่าจะถูกตำหนิ ซึ่งความคิดแง่ลบเช่นนี้มีแต่จะยิ่งบั่นทอนความมั่นใจและการพัฒนาตนเอง

หากเป็นคนฉลาด คุณต้องรู้จักนำข้อผิดพลาด หรือเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของคนอื่นมาเป็นเครื่องเตือนสติในการปรับปรุงแก้ไขตนเอง รู้จักรับฟังคำตำหนิ มองคำตำหนิในแง่ดี ให้คิดว่าคนอื่นติเพื่อก่อและนำคำตำหนิเหล่านั้นมาเป็นบทเรียนเพื่อมาพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้นไป

การสร้างสมองอัจฉริยะ แก้ความเกียจคร้าน

ความเกียจคร้าน หรือจะเรียกว่า ความรักสบาย เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาความรู้ความสามารถเรา และไม่มีประโยชน์อันใดต่อชีวิตคนขี้เกียจจะไม่เจริญก้านหน้าในการเรียน หน้าที่การงาน และไม่เคยมีใครประสบความสำเร็จจากความเกียจคร้าน

วิธีการเอาชนะความเกียจคร้าน ตอบแบบกำปั้นทุบดินคือ ต้องรู้จักขยันและรักษาหน้าที่ของตนเอง เช่น นักเรียนในวัยเรียนมีหน้าที่เรียนหนังสือ จะต้องรู้จักใฝ่หาความรู้ เพื่อเป็นเครื่องมือติดกายไว้หาเลี้ยงชีพ ต้องขยันอ่านหนังสือ ขยันคิด ขยันหาความรู้ ตั้งใจทำอย่างจริงจัง มีความพยายามและขวนขวาย จึงจะประสบความสำเร็จด้านการศึกษา และเติบโตเป็นคนที่มีคุณภาพในอนาคต เช่นเดียวกับผู้ใหญ่วัยทำงานที่มีหน้าที่ทำงาน ก็ควรตั้งใจทำงาน รู้จักพัฒนาหาความก้าวหน้า อย่าปล่อยนิ่งเฉยเพราะคิดว่าผ่านพ้นช่วงวัยเรียนไปแล้ว เพราะยิ่งเรียนมากก็ยิ่งฉลาดมาก

การสร้างสมองอัจฉริยะ ท้อได้แต่ห้ามถอย

การพัฒนาความรู้ความสามารถนั้นเป็นเรื่องที่ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ไม่มีใครสามารถเรียนรู้ทุกเรื่องได้ในระยะเวลาอันสั้น หรืองเพียงวันเดียว ดังนั้น การที่เราทุ่มเทในสิ่งใดก็ตาม ย่อมมีอุปสรรคและปัญหาเป็นเรื่องธรรมดา เส้นทางไปสู่เส้นชัยไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอ อาจจะต้องล้มลุกคุกคลานบ้าง

ในช่วงที่ท้อแท้ ควรให้เวลาตนเองได้พักผ่อน ไปเที่ยวหรือให้รางวัลตนเองเพื่อก้าวผ่านปัญหาหรืออุปสรรค ที่สำคัญอย่าลืมบันทึกความสำเร็จของคุณลงไว้ในสมุด เพื่อเวลาที่อ่านจะทำให้คุณมีกำลังใจและภูมิใจในตนเอง

การสร้างสมองอัจฉริยะ ลงมือทำด้วยความสุขและสนุก

การทำอะไรก็ตามด้วยความสุขและสนุก ผลลัพธ์มักจะออกมาดีเสมอ อย่างน้อยจิตใจของเราก็เป็นสุขเพราะได้ทำในสิ่งที่รัก การใฝ่หาความรู้เช่นกัน ถ้าลองทำมันด้วยความรักและสนุกกับมัน การเรียนรู้ถึงแม้ว่ามันจะยากแต่ไม่เกินกำลังของคุณอย่างแน่นอน ลองค้นหาสิ่งที่คุณชอบและทำได้ดี จงทุ่มเททำมันอย่างเต็มที่ ไม่แน่คุณอาจค้นพบตัวเองในแบบที่คุณอาจไม่เคยนึกฝันมาก่อน

สำหรับผู้ที่อยู่ในวัยเรียน อาจจะมีวิชาที่รู้สึกชอบและไม่ชอบวิชาที่ชอบและทำได้ดีก็จงทุ่มเทใจทำมันให้ดีที่สุด ส่วนวิชาไหนที่ยากและไม่ชอบ ลองเปิดใจกว้างเรียนรู้กับวิชาที่ตนเองไม่ชอบดู คิดว่ามันเป็นสิ่งท้าทาย ลองค้นหาวิชาที่คิดว่ายากมันยากตรงไหน แล้วแก้ปัญหาจุดที่คิดว่ายากตรงนั้น และสิ่งสำคัญขอให้สนุกกับมัน แล้วคุณจะพบว่าตนเองสามารถเรียนอย่างมีความสุขและเรียนได้ดีในทุกวิชา

การสร้างสมองอัจฉริยะ การเรียนรู้ไม่มีวันหยุด

สมองคนเรานั้นชอบเรียนรู้ การเรียนรู้จะทำให้สมองฉลาดขึ้น ตรงกันข้าม สมองที่ไม่ได้ใช้งานจะทำให้เสื่อมเร็ว แต่คนเราส่วนใหญ่เมื่อเรียนจบก็มักจะหยุดการใฝ่หาความรู้ และมักจะจำกัดความรู้ด้วยความคิดของเราเอง เรามักจะคิดว่าเรียนไปทำไมเมื่อไม่ได้ใช้งาน เรียนไปก็ทำประโยชน์ไม่ได้ ซึ่งความคิดเหล่านี้เป็นตัวปิดกั้นความสามารถของตนเอง ใครจะไปรู้ว่าสิ่งที่คุณเรียนจะมีประโยชน์ในภายภาคหน้า

ลองเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานที่คุณทำอยู่ เช่น หากคุณเป็นวิศวกร คุณอาจจะลองเรียนดนตรี (นักวิจัยกล่าวว่าการเรียนดนตรีช่วยพัฒนาความรู้ทางด้านตรรกศาสตร์และคณิตศาสตร์) หรืองานอดิเรกใหม่ๆ ที่คุณไม่เคยทำและอยากจะทำ ค่อยๆ สะสมความรู้ทีละอย่างโดยไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง แต่ขอให้เก็บความรู้แบบกว้างๆ เพื่อให้สมองได้รับข้อมูลที่หลากหลาย

การสร้างสมองอัจฉริยะ อย่าผัดวันประกันพรุ่ง

สิ่งหนึ่งที่คุณควรตระหนักคือ เรามีเวลาวันละ 24 ชั่วโมง เท่าๆ กัน คุณคิดว่า ลีโอนาร์โด ดาวินซี หรืออัจฉริยะบุคคลที่มีความสามารถหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น นักวาดภาพ นักออกแบบ นักดนตรี นักคณิตศาสตร์ มีเวลามากกว่าคุณหรืออย่างไร ถ้ารีโอนาร์โด อ้างว่าเขาไม่มีเวลา เขาคงไม่สามารถสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อโลกมากขนาดนี้ คุณไม่จำเป็นต้องเก่งทุกด้าน รอบรู้ทุกเรื่องอย่างดาวินซี เพียงแต่เลิกอ้างว่าไม่มีเวลา และไม่ผัดวันประกันพรุ่ง

เจาะจงระบุเวลาที่แน่นอนไปเลยว่าคุณจะทำในสิ่งที่คุณมีความรู้และความสุข แล้วคุณก็จะพยายามปรับตารางชีวิตเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่คุณต้องการเอง เช่น ถ้าคิดอยากจะทำอาหาร ให้กำหนดว่าวันเสาร์ตอนเย็นเป็นเวลาทำอาหาร แล้ววันเสาร์คุณจะต้องจัดการเวลาให้แก่การเรียนทำอาหารในตอนเย็น เมื่อคุณจัดตารางได้ลงตัว ครั้งต่อๆ ไปคิดอยากจะเรียนอะไรเพิ่มเติม คุณก็สามารถจัดแบ่งเวลาได้อย่างแน่นอน

การสร้างสมองอัจฉริยะ ปรึกษาผู้รู้

ปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาสมองอย่างหนึ่งคือ ไม่กล้าถาม หรือปรึกษาผู้รู้ เด็กนักเรียนไทยส่วนใหญ่เมื่อมีข้อสงสัยหรือคำถามมักจะไม่กล้ายกมือขึ้นถามครู เพราะกลัวถูกนักเรียนคนอื่นตราหน้าว่าเป็นคนโง่ ซึ่งความคิดเช่นนี้เป็นความคิดของคนที่ไม่ฉลาดเท่าไรนัก เพราะมันเป็นอุปสรรคในการเรียนรู้ ทำให้ข้อสงสัยไม่ได้รับคำตอบ

ยกตัวอย่างนักเรียนในต่างประเทศ นักเรียนส่วนใหญ่จะเตรียมบทเรียนล่วงหน้า และนำข้อสงสัย คำถามมาแย้งกันในห้องเรียน เมื่อมีใครสงสัยหรือตามไม่ทันก็จะยกมือขึ้นถามทันที เด็กเหล่านี้ถูกสอนให้ไม่ปล่อยคำถามให้ค้างคาใจ เมื่อสงสัยก็จะถามทันที เพราะอาจไม่ถามก็อาจจะทำให้ลืมได้ ดังนั้นถ้าหากมีคำถามระหว่างเรียนควรถามคุณครู หรือเพื่อนที่เก่งกว่า จะช่วยทำให้มีความรู้มากขึ้นด้วยและไม่เพียงแต่เด็กนักเรียนเท่านั้น ผู้ใหญ่วัยทำงานก็สามารถนำวิธีการนี้ไปใช้ได้ด้วยเช่นกัน ถ้าคุณมีปัญหาที่แก้ไม่ตก หรือต้องการคำปรึกษา การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจะช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆได้ง่ายขึ้น และสมองของคุณจะมองเห็นหนทางการแก้ไขมากกว่าหนึ่งวิธี เป็นการทำให้สมองเห็นมุมมองความคิดที่แตกต่างออกไป

ป้ายกำกับ :
บทความก่อนหน้า
บทความต่อไป

เกี่ยวกับ genius

Bloxabout.com จะหาบทความดีๆมาเรียบเรียง เขียนอย่างตั้งใจจริง เพื่อให้ได้มาซึ่งบทความที่มีคุณภาพจริงๆ แต่บางบทความก็แปลมาจากภาษาต่างประเทศ นำมาแปลและเรียบเรียงให้คนไทยอ่านได้
Scroll To Top